โครงการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบให้เด็กไทยดูดี มีพลานามัย(ระยะที่ 2)

จำนวนครั้งที่อ่าน 129

 

Leader Training 53

๑.ความเป็นมา 

                โรคอ้วนกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขในศตวรรษที่ 21  ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกโรคอ้วนในเด็กส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก ตั้งแต่เหนื่อยง่ายการเรียนรู้ช้ากว่าเด็กที่น้ำหนักปกติ โอกาสเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2   ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงภาวะไขมันสะสมในตับ นิ่วในถุงน้ำดีโรคทางเดินหายใจ หอบ ภูมิแพ้  นอนกรน หยุดหายใจเป็นพัก ๆ  ปวดข้อเข่า มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งมากกว่าเด็กปกติ   มีโอกาสอ้วนในวัยผู้ใหญ่และปัญหาทางสุขภาพจิตมีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าเด็กปกติซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อการเรียนและคุณภาพชีวิตของเด็ก  โดยเฉพาะเด็กที่เป็นโรคอ้วน มีไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต ส่งผลต่อการสิ้นเปลืองงบประมาณค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษาพยาบาลทั้งของครอบครัวและประเทศ

                โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในปัจจุบันทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา รวมทั้งประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากสังคมตะวันตก นิยมบริโภคอาหารพลังงานสูง รสหวานมันเค็ม  ได้แก่ ไก่ทอด  ลูกชิ้นทอด   ขนมเค้ก ขนมกรุบกรอบ   น้ำอัดลม น้ำหวาน ฯลฯ ขณะเดียวกันการบริโภคผักผลไม้น้อย และขาดการออกกำลังกายส่งผลให้เด็กมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ปัญหาโรคอ้วนกำลังเป็นภัยคุกคามเด็กไทยโดย เฉพาะในเด็กวัยเรียน และพบโรคอ้วนในอัตราสูงสุดในเขตกรุงเทพมหานคร โครงการเด็กไทยดูดี มีพลานามัย ระยะที่ 1 ปี 2547 ได้รายงานผลการศึกษาพบเด็กวัยเรียนเป็นโรคอ้วนร้อยละ 20 และร้อยละ 78  มีไขมันในเลือดสูง และพบเด็กอ้วนมีปัญหาความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สะสมตั้งแต่วัยเด็กและเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต แม้จะได้มีการดำเนินงานในโรงเรียนเครือข่ายโครงการเด็กไทยดูดี มีพลานามัยระหว่างปี 2547-2549 ด้วยความร่วมมือของครู ครอบครัว และได้ผลในระดับหนึ่ง จากนั้นโรงเรียนดำเนินการตามบริบทของโรงเรียน แต่ก็ยังพบปัญหาโรคอ้วนอย่างต่อเนื่อง ทางโครงการฯได้ร่วมขับเคลื่อนกับเครือข่ายสุขภาพ ได้แก่ เครือข่ายเด็กไทย ไม่กินหวาน เครือข่ายเด็กไทยโภชนาการสมวัยฯ  ในการสร้างองค์ความรู้และผลักดันสู่นโยบายระดับชาติ

                   การทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันในเด็กนักเรียนรุ่นใหม่ในโรงเรียนเครือข่ายโครงการเด็กไทยดูดีฯเกี่ยวกับปัญหาโรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง และปัจจัยเสี่ยงต่างๆต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด  มีความสำคัญต่อการหาแนวทางการป้องกัน เพื่อลดและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นและการส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตและส่งผลต่อการพัฒนาประเทศที่มีประชากรที่มีสุขภาพที่แข็งแรง การสร้างเครือข่ายสุขภาพ และผลักดันสู่นโยบายระดับชาติ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพการป้องกัน ควบคุมโรคอ้วนและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างยั่งยืน เริ่มในเด็กวัยเรียนต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ เป็นการลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและงบประมาณประเทศกับการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขหนึ่งในสามอันดับแรกของประเทศไทย
 

๒.วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย

เพื่อพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเด็กไทยดูดี มีพลานามัย ในการจัดการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตของเด็กวัยเรียน ระดับประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร

*โรงเรียนต้นแบบหมายถึงโรงเรียนเครือข่ายเด็กไทยดูดี มีพลานามัยที่มีการดำเนินการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยมีองค์ประกอบดังนี้

1. มีนโยบายการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ และการออกกำลังกายบรรจุในแผน ยุทธศาสตร์ของโรงเรียน

2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โภชนาการและการออกกำลังกาย

3. มีการประเมินภาวะโภชนาการและสุขภาพของนักเรียนเทอมละ 1 ครั้ง

4. การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนโดยการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครองและนักเรียน

5.สิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกโรงเรียนเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ

 

๓. สถานที่ศึกษาเลือกเป็นพื้นที่เดิมของเครือข่ายในโครงการเด็กไทยดูดี มีพลานามัย ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลวัดนางนอง โรงเรียนอนุบาลวัดปรินายก โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ และโรงเรียนอนุบาลสามเสน   โรงเรียนทั้ง 4โรงเรียน เป็นโรงเรียนสหศึกษาขนาดใหญ่และมีลักษณะพื้นฐานของจำนวนนักเรียนเศรษฐานะของครอบครัวและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนที่ใกล้เคียงกันและเป็นโรงเรียนที่ยินดีและสมัครใจเข้าร่วมโครงการตลอดการศึกษาวิจัย

 

๔.ทีมงานวิจัย

ศ.พญ.ชุติมา  ศิริกุลชยานนท์

ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

หัวหน้าโครงการ

อ.ดร. ฉัตรภา หัตถโกศล

ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ร่วมวิจัย

น.ส. เพ็ญมาศ นาคอุดม

ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ร่วมวิจัย

ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ผู้ร่วมวิจัย

อ.สุกัญญา งามบรรจง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผู้ร่วมวิจัย

อ.ดร.พิมพ์พิมล ธงเธียร

นักวิชาการอิสระ

ผู้ร่วมวิจัย

แสดงความคิดเห็น