1. FAQ

 

  1. คำถามที่พบบ่อย

 

1. ดิฉันมีลูกชายอยู่ชั้น ป .2 อายุ 8 ปี เขาชอบรับประทานอาหารมื้อก่อนนอน ประมาณ 2 ทุ่ม -3 ทุ่ม แม้ว่าจะทาน มื้อเย็นแล้ว ถ้าไม่ให้ทานน่าจะร้องไห้โวยวายมาก ดิฉันจะทำอย่างไรดีค่ะ

ตอบ ต้องถามก่อนค่ะว่าผู้ปกครองทานอาหารมื้อดึกด้วยหรือเปล่าค่ะ เช่น ผู้ปกครองทานอาหาร เย็นเวลา 2-3 ทุ่มทุกวัน เด็กๆ ที่ยังไม่เข้านอนก็คงอยากมีกิจกรรมร่วมกับผู้ปกครองบ้าง อาจฝึกโดยการ นำเด็กเข้านอนก่อนสักพัก แล้วท่านค่อยมารับประทานอาหารโดยไม่อนุญาตให้เด็กออกมาจากห้องนอนอีก หากท่านต้องกลับดึก ท่านอาจรับประทานอาหารเย็นให้เสร็จก่อนกลับเข้าบ้าน แล้วมีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกก่อนนอนก็ได้ แต่ที่ดีที่สุด คือ ท่านควรกลับบ้านมารับประทานอาหารมื้อเย็นพร้อมหน้ากันระหว่าง พ่อ แม่ ลูก ซึ่งไม่ควรเกินเวลานอนของเด็กๆ

 

2 .ดิฉันอยากทราบว่า หากลูกชาย (ป. 4) ยังไม่สามารถควบคุมเรื่องการ รับประทานอาหารที่ ทำให้ อ้วนได้ เช่น น้ำอัดลม ขนมถุง ๆ ดิฉันจะฝึกเข้าอย่างไรดีคะ

ตอบ เด็กวัยประถม 4 โตพอที่จะได้รับการฝึกฝนเพื่อให้อดทน อดกลั้นในการไม่รับประทานอาหาร บางประเภทได้แล้วขึ้นอยู่ที่ผู้ปกครองมีความหนักแน่น เอาจริง สม่ำเสมอในการฝึก หรือไม่นะคะ เช่น หากผู้ปกครองยืนยันหนักแน่น ไม่ให้เด็ก เด็กก็จะดื้ออยู่สักระยะหนึ่ง เมื่อผู้ปกครองยังใจแข็งไปให้ เด็กก็จะค่อยๆ หยุดเรียกร้องไปเอง อีกประการที่สำคัญ คือ การให้รางวัลเด็กในการทำความดีต่างๆ ไม่ควรใช้ขนมเหล่านี้เป็นสิ่งล้อใจ ควรหารางวัลอื่นที่เกี่ยวกับการเรียน การศึกษา หรือ กีฬา จะดีกว่า การใช้อาหารเป็นรางวัล และเมื่อเด็กสามารถควบคุมการรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ได้ ก็ควรแสดงความชื่นชมหรือให้รางวัลเด็กบ้างค่ะ

 

3. หนูอยากเรียนหนังสือเก่ง ๆ จะเป็นไปได้ไหมคะ แล้วหนูควรจะทำอย่างไร

ตอบ หนูเป็นเด็กที่น่ารักที่สนใจ อยากให้ตัวเองได้รับสิ่งที่ดี การเรียนหนังสือให้ได้ดีเป็นเรื่องไม่ ยากนัก แต่ หนูต้องมีความตั้งใจอย่างจริงจัง มีความพยาม หนูเคยได้ยินเรื่องของหัวใจนักปราชญ์ ไหมคะ ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ หัวใจนักปราชญ์ ประกอบด้วยหัวใจน้อยๆ 4 ดวง ดวงแรก คือ สุ มาจาก คำ ว่า สุตะ หมายถึง การฟัง การอ่าน เช่นเมื่อเวลาคุณครูสอนในห้องเรียนก็ต้องตั้งใจ ฟังว่า ครูพูดอะไร อย่ามัวแต่คุย หรือนั่งใจลอย เวลาได้ยินข่าวสารหรือมีผู้รู้พูดอะไร ก็อย่าปล่อยไป จับประเด็นสำคัญให้ได้นอกจากนี้ให้ขยันอ่าน อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า นอกเหนือจากหนังสือเรียนก็เป็นหนังสืออื่น ๆ ที่มีประโยชน์ หนังสือการ์ตูนก็ได้ แต่นอกจากอ่านเพื่อความสนุกควรหาความรู้ประโยชน์จากเรื่องนั้นให้ได้ การอ่านนั้นหนูต้องสมัครใจอ่านด้วยตนเอง ไม่ต้องให้ใครๆ บังคับนะคะ หัวใจดวงที่ 2 คือ จิ มาจากคำว่า จินตนะ การคิด ใครครวญว่าเรื่องที่ได้ยิน ได้อ่านมานั้นมีเหตุผล น่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นการหาเหตุผลด้วยจนเอง หัวใจดวงที่ 3 คือ ปุ มาจากคำว่า ปุจฉา หมายถึง การถาม ถ้าฟัง อ่าน คิดแล้วไม่เข้าใจ ก็ต้องถามผู้รู้ เช่น ถ้าฟังสิ่งที่ครูสอนไม่เข้าใจ เช่นครูสอนเลขคณิตแล้วเราไปอ่านทบทวนแล้วยังไม่เข้าใจ ก็ต้องถามให้ครูอธิบายให้ฟัง ดวงสุดท้าย คือ ลิมาจากคำว่า ลิขิต หมายถึง เขียน เมื่อฟัง อ่าน หรือไปเห็นอะไรที่น่าสนใจ ก็ต้องจดบันทึกไว้ เพื่อกันลืม แล้วเมื่อต้องการจะใช้ก็หยิบมาทบทวน เมื่อหนูฟัง อ่าน ถาม เขียนแล้วตอนแรกๆ อาจจะยาก แต่ต้องหัดทำบ่อยๆ ทำทุกวัน แล้วจะติดเป็นนิสัย หนูก็จะเป็นผู้ที่ใฝ่รู้ และเรียนหนังสือได้ดีๆ คุณครูเอาใจช่วยนะคะ

 

4. หนูสงสัยจังจังว่าทำไมเพื่อนหลายคนเวลาคุยกับเขา บางคนก็รู้ดีทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ดารา นักร้อง การเมือง กีฬา เรื่องเงินๆ ทองๆ แต่บางคนรู้เฉพาะเรื่องที่เรียน คนเราจำเป็นไหมคะที่จะต้องรู้เรื่องรอบ ๆ ตัวด้วย หนูว่ารู้หรือเก่งในสิ่งที่เรียนก็พอ หนูคิดถูกหรือผิดคะ

ตอบ คุณครู ไม่ปฏิเสธหรอกว่าเราควรรู้ดี เก่งในสิ่งที่เราเรียน แต่ในชีวิตปัจจุบัน และในอนาคตการรอบรู้ในเรื่องหลายเรื่องเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าหนูรู้กว้างเวลามีใครมาคุยกับหนู เขาก็จะชอบใจ หนูอาจได้เพื่อนเยอะๆ เป็นคนรวยเพื่อน หรือเวลาเขาสงสัยอยากรู้อะไร เขาอาจจะคิดถึงหนูเป็นคนแรก

 

5 .ลูกกินนมทุกวัน แต่เป็น นมเปรี้ยวรสผลไม้จะมีประโยชน์เหมือนกินนมและกินผลไม้ใช่ หรือไม่

ตอบ นมเปรี้ยวรสผลไม้ แท้จริงมีส่วนประกอบของนมประมาณครึ่งหนึ่ง และ น้ำหวานกลิ่น/รส ผลไม้อีกครึ่งหนึ่ง มิใช่ใส่ผลไม้จริงๆ ลูกท่านจะได้น้ำตาลเพิ่มขึ้นซึ่งจะได้พลังงานมากขึ้น และเด็กจะติดรสหวาน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคอ้วนต่อไปได้

 

6. คิดว่านม เป็นอาหารที่มีประโยชน์ จึงให้ลูกกินนมแทนน้ำ วันหนึ่งกินประมาณ 1 ลิตร ถึง 1.5 ลิตร

ตอบ นมเป็นอาหารที่มีประโยชน์จริง เป็นอาหารที่ให้สารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และ ไขมัน นอกจากนั้นยังมี วิตามินและเกลือแร่หลายชนิดโดยเฉพาะ วิตามินบี 2 และแคลเซียม ซึ่งหากเด็กดื่มวันละประมาณ 2 แก้ว จะเหมาะสมกับความต้องการของ เขาหากดื่มมากเป็นลิตร จะได้พลังงาน และไขมันมากเกินไป ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคอ้วน และไขมันในเลือดสูงได้

 

Helpcartoon